Month: February 2008

วิกฤตต้มยํากุ้ง

หลายคนที่ผ่านการใช้ชีวิตในช่วง พ.ศ. 2540 มา ก็ต้องเคยผ่านมรสุมทางการเงินอย่างวิกฤตต้มยํากุ้ง (วิกฤตการณ์การเงินในเอเชีย พ.ศ. 2540 : 1997 Asian financial crisis) ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบออกไปในหลายประเทศ แต่เราจะพูดถึงผลกระทบในส่วนของประเทศไทยว่ามีที่มาที่ไปเป็นอย่างไร วิกฤตต้มยํากุ้งในประเทศไทยเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่เกิดจากการบริหารของรัฐบาลผิดพลาดโดยมีนโยบายทางการเงินบาทแบบลอยตัว โดยปกติแล้ว อัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินต่าง ๆ จะผ่อนไปตามความมันคงของประเทศนั้น ๆ แต่ว่าในส่วนของประเทศไทยช่วงวิกฤตต้มยํากุ้ง ทางรัฐบาลได้ละการอิงสกุลเงินดอลลาร์กับสกุลเงินบาทไทยออกโดยรัฐบาลจะเป็นผู้แบกรับค่าเงินที่ ผันผวนเองซึ่งตรงนี้ทำให้หลาย ๆ คนมองเห็นช่องโหว่ทั้งการเงินและสามารถทำกำไรได้ ด้วยการโยกย้ายเงินเปลี่ยนระหว่างสกุลเงินบาทไทยและสกุลเงินต่างประเทศ จนทำให้มูลค่าของสกุลเงินบาทต่อสกุลเงินอื่น ๆ นั้นเปลี่ยนแปลงไปมากในระดับที่ 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 50 บาท ซึ่งในช่วงแรก ๆ ทางรัฐบาลของไทยก็ยังพยายามพยุงค่าเงินให้ระดับคงที่ประมาณ 1 ดอลลาร์ต่อ 25 บาท แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งที่รัฐบาลไม่สามารถแบกรับส่วนต่างของอัตราแลกเปลี่ยนนี้ได้ไหวทำให้ระบบทางการเงินของไทยพังตั้งแต่ช่วงโครงสร้างด้านบนลงมา ลองคิดดูว่าถ้าหากวันนี้ติดหนี้ประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่ 1 ดอลลาร์ เหรือ 25 บาท แต่วันพรุ่งนี้นี่ที่ติดอยู่กับสหรัฐอเมริกาดันกลายเป็น 50 บาทเพราะอัตราแลกเปลี่ยนที่เปลี่ยนแปลงไป และจุดนี้ก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤตการณ์ทางการเงิน

Read more

ถอดบทเรียนปัญหาค่าเงินอ่อนและเงินเฟ้อจากเวเนซุเอลา

ปัญหาเงินบาทแข็งค่าเริ่มเป็นที่สนใจมาตั้งแต่กลางปี 2561 ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของไทยหลายภาคส่วน แต่ก็ยังไม่ได้รับการดำเนินการแก้ไข้อย่างเห็นได้ชัดทั้งในภาครัฐและเอกชน ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าประชากรจำนวนมากในโลกที่ขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเศรฐศาสตร์มหภาคจึงมองเรื่องนี้เป็นเรื่องไกลตัว ซึ่งความจริงแล้วการแข็งหรืออ่อนค่าของเงินนั้นถือเป็นดัชนีชี้วัดความมั่นคงของประเทศนั้น ๆ ได้เป็นอย่างดี ยกตัวอย่างในช่วงปีที่ผ่านมาก็มีข่าวการล่มสลายของสุกลเงินเวเนซุเอลาซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารที่ผิดพลาดของรัฐบาลเองที่มีต้นเหตุมาจากการกู้ยืมเงินจากต่างประเทศมากเกินไป แล้วแก้ปัญหาโดยการทำ QE ในประเทศแบบไม่มีการวางแผนที่ดีจนทำให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นไปในระดับล้านเปอร์เซ็นต์ ถึงแม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ระบบเศรฐกิจเกิดสภาพคล่องแต่มีข้อแม้ว่าจะต้องมีการเฟ้ออยู่ที่ประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ต่อปีเท่านั้นถึงจะดี ลองคิดดูว่าวันนี้มีเงินอยู่ 1 ล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้สามารถซื้อรถยนต์ดี ๆ ได้ถึง 2 คัน แต่ถ้าอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นไปในระดับล้านเปอร์เซ็นต์ ก็จะทำให้เงิน 1 ล้านบาท จะเหลือมูลค่าเพียง 1 บาทเท่านั้น แน่นอนว่าซื้อข้าวราดแกงซักชามยังไม่ได้เลย ถึงแม้จะนำเงินที่มีอยู่ไปแลกเป็นสกุลเงินต่างประเทศก็ไม่มีใครยอมรับอีกเพราะเงินเฟ้อระดับล้านเปอร์เซ็นต์นั้นก็จะส่งผลต่อการอ่อนค่าของสกุลเงินระดับเปอร์เซ็นต์เช่นกัน

Read more